English Exam Tips for จีน Speakers
ภาษาจีนกับภาษาอังกฤษทำงานต่างกันมาก ภาษาจีนไม่เปลี่ยนรูปคำตาม tense หรือจำนวน ดังนั้นต้องฝึกการลงท้ายกริยา articles และรูปพหูพจน์ในภาษาอังกฤษอย่างระมัดระวัง
Common Challenges for จีน Speakers
- Tense ของกริยา: ภาษาจีนแสดงเวลาด้วยคำบอกเวลาและคำช่วยอย่าง 了 แต่ภาษาอังกฤษเปลี่ยนรูปกริยาเอง Example: "Yesterday I went to the library" ไม่ใช่ "Yesterday I go to the library"
- Articles และรูปพหูพจน์: ภาษาจีนไม่มีคำนำหน้านามและไม่เติมท้ายคำเพื่อบอกพหูพจน์ Example: "I bought two books" ไม่ใช่ "I bought two book" และ "She is a teacher" ไม่ใช่ "She is teacher"
- อนุประโยคขยาย (Relative Clauses): ในภาษาจีน ส่วนขยายอยู่หน้าคำนาม (我买的书) ในภาษาอังกฤษอยู่หลังคำนาม Example: "The book that I bought" ไม่ใช่ "the I bought book"
- He และ She: ภาษาจีนพูดใช้เสียงเดียวกัน (tā) สำหรับ he และ she จึงมักสับสนเวลาพูด Example: "My mother is a doctor. She works in Beijing." ไม่ใช่ "He works in Beijing"
- Although... but / Because... so: ภาษาจีนใช้คู่คำ 虽然...但是 และ 因为...所以 แต่ภาษาอังกฤษใช้คำเชื่อมเพียงคำเดียว Example: "Although it was late, we kept working" ไม่ใช่ "Although it was late, but we kept working"
- คำคุณศัพท์ต้องมี "be": คำคุณศัพท์ภาษาจีนทำหน้าที่เป็นกริยาได้ (她很高兴) แต่ภาษาอังกฤษต้องมี "be" Example: "She is very happy" ไม่ใช่ "She very happy"
Grammar Tips for จีน Speakers
- Past Simple กับ Present Perfect: ใช้ past simple กับเวลาที่จบไปแล้ว ("I visited London in 2020") และใช้ present perfect กับประสบการณ์ ("I have visited London")
- -s บุรุษที่สาม: เติม -s ที่กริยาปัจจุบันหลัง he, she และ it: "He works", "She likes music"
- นามนับได้และนับไม่ได้: คำนามบางคำไม่เติม -s เลย: "information", "advice", "equipment", "research"
- Articles: คำนามนับได้เอกพจน์ต้องมี "a", "an", "the" หรือคำอื่นอย่าง "my": "a book", "the book", "my book"
- ต้องมีประธาน: ประโยคภาษาอังกฤษทุกประโยคต้องมีประธาน: "It is important to..." ไม่ใช่ "Is important to..."
- Passive Voice: ใช้ "be" + past participle: "The bridge was built in 1990" ไม่ใช่ "The bridge built in 1990"
Vocabulary Advice
- คำภาษาอังกฤษเปลี่ยนรูปตามชนิดของคำ: success (นาม), succeed (กริยา), successful (คุณศัพท์) ให้เรียนเป็นกลุ่มคำ
- เรียน collocation เพราะการแปลตรงตัวมักใช้ไม่ได้: "make progress", "pay attention", "take a test"
- เรียนคำศัพท์ในบริบทผ่านการอ่าน ไม่ใช่จากรายการคำศัพท์อย่างเดียว
- เรียนการเน้นเสียงของคำใหม่ทุกคำ เพราะในภาษาอังกฤษการเน้นเสียงเป็นส่วนหนึ่งของคำ
- จดคำที่สับสนง่าย เช่น "borrow" กับ "lend" หรือ "see", "look" และ "watch"
- ฝึกสะกดคำสม่ำเสมอ เพราะการสะกดภาษาอังกฤษไม่ได้ตรงกับเสียงเสมอไป
Exam Strategies
- หลังเขียนเสร็จ ตรวจ tense ของกริยาทุกตัว และตรวจว่าคำนามทุกคำมี article หรือรูปพหูพจน์
- ใช้คำเชื่อมเพียงคำเดียวต่อหนึ่งความคิด: อย่าเขียน "although... but" หรือ "because... so"
- เมื่อพูด ออกเสียงพยัญชนะท้ายให้ชัด: "worked", "books", "rice"
- เมื่อพูด แยกเสียง "l" กับ "n" ให้ชัดถ้าภาษาถิ่นของคุณออกเสียงสองเสียงนี้ปนกัน (light, night)
- ใน open cloze และ word formation ให้ตรวจว่าช่องว่างต้องการคำชนิดไหน
- ในงานเขียน แสดงความหลากหลายทางไวยากรณ์ด้วย relative clause และ conditional แต่ใช้เฉพาะเมื่อใช้ได้ถูกต้อง
สู้ๆ! ความทุ่มเทในการเรียนของคุณจะนำไปสู่ความสำเร็จ นักเรียนจีนหลายคนได้ผลสอบดีเยี่ยม